เวปต์สาธารณสุขกาฬสินธุ์
โปรแกรมตรวจ ICD-10-TM (Thai Modification)

 

ข้อแตกต่างระหว่างระบบรหัส ICD-10-TM กับระบบรหัส ICD-10 เดิม

ระบบรหัส ICD-10-TM เป็นระบบที่เกิดมาจากความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกระทรวงสาธารณสุข คณะแพทยศาสตร์ต่างๆ ราชวิทยาลัยแพทย์เฉพาะทาง แพทยสภา และทันตแพทยสภา ในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแก้ไข ระบบรหัส ICD-10 เดิม ให้มีรายการโรคใหม่ๆที่เกิดขึ้นในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะโรคที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทย ทั้งนี้ การปรับระบบ ICD-10 ให้เป็น ICD-10-TM ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ทำให้เป็นประเทศไทยเป็นประเทศที่ 4 ของโลกที่มีการปรับระบบ ICD-10 ให้เป็นระบบมาตรฐานของชาติ รองจากประเทศสหรัฐอเมริกา(ICD-10-CM) ออสเตรเลีย(ICD-10-AM) และ แคนาดา(ICD-10-CA)

การปรับระบบครั้งนี้ ทำให้รหัส ICD-10-TM มีปริมาณรหัสโรคมากกว่าระบบเดิมกว่า 5,000 รหัส รวมทั้งโรคที่พบบ่อยๆในประเทศไทยซึ่งแต่เดิมไม่มีรหัสใน ICD-10 ( เช่น Necrotizing fasciitis, Dengue shock syndrome, Premature labour pain ฯลฯ) นอกจากนั้น ยังมีการเปลี่ยนระบบรหัสผ่าตัดให้เป็นมาตรฐานใหม่ของไทย โดยมีรหัสผ่าตัดใหม่ๆเกิดขึ้นมาจากเดิมอีกกว่า 8,000 รหัส ทั้งนี้ รหัสใหม่ๆที่เกิดขึ้นมาเหล่านี้ สามารถนำมาใช้แจกแจงข้อมูลโรคและการผ่าตัดให้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม เป็นประโยชน์ให้เกิดการใช้ข้อมูลเพื่อการวิจัย เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตรงความเป็นจริงมากขึ้น

ในปี พ.ศ. 2547 โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลรัฐอื่นๆและโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศไทยจะเริ่มทยอยเปลี่ยนระบบรหัสเข้าสู่ระบบของ ICD-10-TM คาดว่า ภายใน สิ้นปี พ.ศ. 2549 กระบวนการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรหัสในประเทศไทยจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์

 

การเริ่มใช้ระบบ ICD-10-TM ในโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ประกอบไปด้วยการเปลี่ยนระบบงาน 3 ระบบดังนี้

  1. ระบบการลงรหัสผู้ป่วย (ICD Coding)
  2. ระบบการจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์(ICD codeset in computer system)
  3. ระบบการสรุปเวชระเบียนของแพทย์(Doctor discharge summary)

ทั้งนี้ การเปลี่ยนระบบงานอาจเลือกเปลี่ยนเพียง 2 รายการแรกก่อน หรือ อาจเปลี่ยนระบบทั้งหมดไปพร้อมๆกันก็ได้

1. การเปลี่ยนระบบการลงรหัสผู้ป่วย

ประกอบด้วย ขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติดังนี้

  • เลือกวันเวลาที่จะเริ่มเปลี่ยนระบบ เช่น กำหนดวันเริ่มต้นเป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2547
  • เตรียมเครื่องมือมาตรฐานในการลงรหัส คือ หนังสือ ICD-10-TM 5 เล่ม(1 ชุด) ให้ครบทุกตำแหน่งที่มีการลงรหัสผู้ป่วย
  • ใช้รหัส ICD-10-TM ทันที เมื่อต้องลงรหัสผู้ป่วยนอกที่มาตรวจในวันเวลาที่กำหนด เช่นเดียวกับการลงรหัสผู้ป่วยในที่จำหน่ายออกจากโรงพยาบาลในวันเวลาที่กำหนด

2. การเปลี่ยนระบบการจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ *

ประกอบ ด้วยขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติดังนี้

a. การเปลี่ยนตารางรหัส ICD ในระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล ให้ใช้ฐานข้อมูลรหัสโรค และ

รหัส ผ่าตัด ที่ได้รับจากการลงทะเบียนรับฐานข้อมูลมาใช้แทนตารางรหัสเดิมในระบบ

b. เปลี่ยนหน้าจอโปรแกรมที่ใช้ในการบันทึกรหัสให้สามารถรับรหัสโรคได้ 5 ช่องอักขระ และรับ

ข้อมูลรหัสผ่าตัดได้ 7 ช่องอักขระ

c. การส่งข้อมูลให้หน่วยงานภายนอกที่ต้องการรหัสแบบเก่า ให้ใช้ตารางเทียบรหัสเก่าเป็นหลัก

* ควรให้โปรแกรมเมอร์ หรือ เจ้าหน้าที่ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลเป็นผู้ดำเนินการ

3. การปรับระบบการสรุปเวชระเบียนของแพทย์

ประกอบด้วยขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติดังนี้

a. กำหนดวันเวลาที่จะเริ่มเปลี่ยนระบบ

b. เตรียมแบบฟอร์มการสรุป Chart รูปแบบใหม่ โดยเป็นแบบฟอร์มที่กำหนดให้แพทย์ ระบุโรค

และการทำผ่าตัดต่างๆดังนี้

  • Main condition
  • Co-morbidity(s)
  • Complication(s)
  • Other diagnosis
  • External cause of injury or poisoning
  • Main operation/procedure for main condition
  • Main operation/procedure for co-morbidity or complication
  • Other operation/procedures

c. ชี้แจงวิธีการกรอกแบบฟอร์ม และการเก็บข้อมูลให้กับแพทย์ทุกคนในองค์กรแพทย์เพื่อปฏิบัติ

d. กำหนดวิธีการตรวจสอบและปรับปรุงระบบข้อมูลจาก Discharge summary

e. กำหนดระบบการกำกับควบคุมคุณภาพ Discharge summary audit และดำเนินการตามวงจร

PDCA

ข้อเสนอแนะ

การใช้ประโยชน์การใช้โปรแกรมนี้

  • ใช้เป็นรหัสอ้างอิงในฐานข้อมูลรหัสโรคของโรงพยาบาล
  • ใช้ประกอบการเขียนโปรแกรมเปลี่ยน รหัส ICD-10-TM กลับเป็น ICD-10 ในกรณีส่งข้อมูลเบิกเงิน DRG version 3 เท่านั้น

ข้อควรระวัง

  • โปรแกรมนี้มีเพียงข้อมูลรวมรหัสทั้งหมดของ ICD-10-TM เท่านั้น มิได้รวมชื่อโรคทั้งหมดเอาไว้